หอการค้าไทย-จีนได้ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2453 (ค.ศ.1910) ซึ่งตรงกับช่วงปลายสมัยราชวงศ์ชิงของประเทศจีน มีประวัติยาวนานถึง 100 ปีแล้ว ขณะนั้นประเทศไทยมีการเมืองการปกครองที่มั่นคง สังคมไทยมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ อุตสาหกรรมและธุรกิจการค้ารุ่งเรือง ชาวจีนที่เข้ามาสู่สยามประเทศนับวันมากยิ่งขึ้น และส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย พ่อค้าชาวจีนรุ่นบุกเบิกในขณะนั้นต่างเห็นพ้องกันว่า จะต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในประเทศไทย กระชับความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนด้วยกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล เพื่อที่จะรวมพลังพ่อค้าชาวจีน ร่วมกันขยายธุรกิจการค้า จึงลงความเห็นสมควรก่อตั้งองค์กรทางธุรกิจขึ้น ดังนั้น สมาพันธ์“หอการค้าไทย-จีน” จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้น วัตถุประสงค์ของหอการค้าไทย-จีนได้กำหนดอย่างชัดแจ้ง สร้างความสามัคคีในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเลด้วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำเพื่อความผาสุขของชาวจีนโพ้นทะเลและคนเชื้อสายจีนทั้งหลาย อุทิศตนเพื่อการพัฒนาประเทศชาติและสังคมไทย ด้วยความพยายามของคณะกรรมการบริหารหอการค้าไทย-จีนแต่ละสมัย ทำให้หอการค้าไทย-จีนได้เจริญเติบโตในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมของสมาพันธ์ประสบความสำเร็จเรื่อยมา จนกลายเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในสังคมชาวไทยเชื้อสายจีนในทุกวันนี้
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน หอการค้าไทย-จีนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสถาบันพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยตลอด เมื่อพ.ศ.2473 (ค.ศ.1930) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชจักรีวงศ์ทรงรับเป็นผู้ดูแลกิตติมศักดิ์ของหอการค้าไทย-จีน และเสด็จพระราชดำเนินเปิดป้ายที่ทำการใหม่หอการค้าไทย-จีน พร้อมสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ครั้นพ.ศ.2489 (ค.ศ.1946) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 แห่งจักรีวงศ์เสด็จพระราชดำเนินที่หอการค้าไทย-จีน เสวยพระกระยาหาร พร้อมพระอนุชา(พระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9) และทั้งสองพระองค์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระนาม พระราชทานแก่หอการค้าไทย-จีน พ.ศ.2546 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามบรมราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินหอการค้าไทย-จีน โปรดเกล้าฯให้คณะกรรมการบริหาร สมาชิกและประชาชนเข้าเฝ้าฯ
หลังจากประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สถาปนาสัมพันธ์การทูต หอการค้าไทย-จีนได้สร้างคุณงามความดีมากมาย ในการส่งเสริมมิตรภาพไทย-จีน ผลักดันให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจ และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองประเทศ จึงได้รับการยกย่องจากรัฐบาลของทั้งสองประเทศ หลายปีที่ผ่านมา หอการค้าไทย-จีนได้รับรองผู้นำพรรคฯและผู้นำประเทศจีนที่มาเยือนประเทศไทยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้นำรัฐบาลท้องถิ่นของประเทศจีนด้วย นอกจากนั้น หอการค้าไทย-จีนยังได้ร่วมกับหอการค้า สิงคโป และหอการค้าฮ่องกง ร่วมเป็นผู้จัดงานชุมนุมนักธุรกิจเชื้อสายจีนนานาชาติที่จัดขึ้นทุกๆสองปี หอการค้าไทย-จีนรับมอบหน้าที่การเป็นสำนักเลขาธิการการประชุมผู้ประกอบการชาวจีนโลก เป็นระยะเวลา 6 ปี เมื่อเดือนตุลาคม 2554 ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์สำคัญระหว่างทั้งสองประเทศขึ้น หอการค้าไทย-จีนจะต้องตอบสนองก่อน เป็นตัวอย่างให้กับสังคมชาวไทยเชื้อสายจีน เนื่องจากเป็นองค์กรสำคัญในสังคม
หอการค้าไทย-จีนเป็นสมาชิกของหอการค้าสากลด้วย สมาชิกทุกองค์กรจะต้องผลัดเปลี่ยนกันจัดประชุมหอการค้าสากลประจำทุกเดือน การประชุมยังได้เชิญนักวิชาการมาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์สถานการณ์ พยากรณ์แนวโน้ม เพื่อแสวงหาโอกาส ส่งเสริมให้สมาชิกทั้งหลายพัฒนาร่วมกัน
สมาชิกของหอการค้าไทย-จีนมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ จึงเป็นองค์กรใหญ่ที่มีสมาชิกและกิจกรรมเป็นจำนวนมากด้วย มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงสังคมชาวไทยเชื้อสายจีน มีอิทธิพลต่อสังคมเป็นพิเศษ ได้สร้างผลงานจนผู้คนต่างพากันยกย่อง ทั้งในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนในด้านต่างๆระหว่างประเทศทั้งสอง จนกระทั่งสร้างความสามัคคีปรองดองในหมู่ชาวไทยเชื้อสายจีนด้วย เมื่อสังคัมไทยนับวันได้รับการพัฒนาดียิ่งขึ้น และสถาณการณ์โลกก็ได้แปรเปลี่ยนไปทุกวัน ความสำคัญของหอการค้าไทย-จีนมีแต่จะมากยิ่งขึ้นเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายหลักของหอการค้าไทย-จีนที่บริการประเทศชาติและชาวไทยเชื้อสายจีน ส่งเสริมมิตรภาพไทย-จีนนั้นจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง














